3 ข้อเท็จจริงของ สตีเฟน ฮอว์คิง ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

นักจักรวาลวิทยาชื่อดัง “สตีเฟน ฮอว์คิง” จากโลกนี้ไปเมื่อวันที่ 14 มีนาคม ปี ค.ศ.2018 ซึ่งตรงวันพาย (พายในคณิตศาสตร์) พอดี และยังตรงกับวันเกิดของ “อัลเบิร์ต ไอนสไตน์” อีกด้วย เขามีผลงานที่โดดเด่นเกี่ยวกับสาขาวิชาจักรวาลวิทยาอย่างมากโดยเน้นไปที่ต้นกำเนิดการการพัฒนาของจักรวาล ในช่วงเวลาที่อยู่ในวงการ “ฮอว์คิง” ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของผู้ที่พยายามจะทำให้วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้

ในปี ค.ศ.1988 หนังชื่อของเขาชื่อ “ประวัติย่อของกาลเวลา (A Brief History of Time)” ติดอันดับโดย “กินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด” โดยถูกบันทึกไว้ว่าเป็นหนังสือขายดีของ “Sunday Times” ได้นานถึง 4 ปีครึ่ง ในหนังสือกล่าวถึง ห้วงเวลา , อวกาศ , หลุมดำ และ บิ๊กแบง ซึ่งมีเนื้อหาที่ซับซ้อนต่อคนทั่วไป จนแม้แต่ตัวเขาเองยังชอบปล่อยมุขบอกว่ามันเป็นหนังสือขายดีที่มีคนอ่านน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่เมื่อถึงปี ค.ศ.2005 เขาก็ตีพิมพ์หนังสือใหม่อีกรอบแต่มาในเวอร์ชั่นที่คนอ่านแล้วเข้าใจง่าย

ในช่วงเวลาที่เขามีชีวิตอยู่นั้น เขายังได้ออกรายการทีวอยู่บ่อยๆไม่ว่าจะเป็นบทรับเชิญในซีรี่ย์ Star Trek , The Big Bang Theory และในการ์ตูนเดอะซิมป์สันส์ รวมไปถึงรายการทีวีโชว์ดังๆเช่น รายการเล่าข่าว Last Week Tonight ของ “John Oliver” เป็นต้น แต่ถึงแม้ว่าเขาจะโด่งดังมากที่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่คนหลายคนไม่รู้ไปอ่านกันได้เลย

 

เรื่องราวของ สตีเฟน ฮอว์คิง ที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยได้อ่านมาก่อน

 

1.หมอเคยบอกกับเขาว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ไม่เกินตอนอายุ 20 ต้นๆ เขาป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรงและหลังจากที่มีอายุ 20 ปีเป็นต้นมากล้ามเนื้อแต่ละส่วนก็เริ่มค่อยๆอ่อนแรงลงไปอย่างช้าๆ ความสามารถในการเคลื่อนไหวและการสื่อสารของเขาก็เริ่มน้อยลงไปตามกาลเวลา โดยปกติแล้วคนมักป่วยเป็นโรคนี้ในช่วงอายุ 50 ปี และจะเสียชีวิตในไม่กี่เดือนหรือไม่กี่ปีต่อมา

แม้ว่าหมอจะวินิจฉัยแล้วว่าเขาจะไม่รอดในไม่กี่ปีต่อมาแต่เขาก็สามารถอยู่ต่อมาได้ถึง 55 ปีเลยทีเดียว เขาเคยพูดไว้ว่า “เผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นอ่อนแอเมื่อเทียบกับจักรวาล ซึ่งการเป็นคนพิการมันก็ไม่ได้มีค่าเท่ากับความสำคัญของจักรวาลหรอก”

 

2.เขาเป็นสิงห์นักซิ่งเก้าอี้คนนึงเลยนะ ในช่วงแรกเขาไม่อยากนั่งเก้าอี้หรอกแต่พอได้นั่งเท่านั้นล่ะ ก็มีคนเล่าว่าเขา “ซิ่งเก้าอี้อย่างมันส์เลยทีเดียว” และก็มีข่าวลืออีกว่าเขาชอบซิ่งทับนิ้วเท้าของคนที่เขาไม่ชอบอีกด้วย ลือกันว่า “เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์” ก็โดนกับเขาด้วยเหมือนกัน และก็มีคนเคยเล่าว่า “สตีเฟน” เคยพูดในทำนองที่ว่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ทับนิ้วของนายกรัฐมตรี “มาร์กาเรต แทตเชอร์” ยังไม่หมดแค่นั้นยังลือกันด้วยว่าเขาเคยบอกกับ “เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” อีกด้วยว่า “ฉันจะขับวิลแชร์ทับคนที่ชอบทำผิดซ้ำๆ” ซึ่งที่เล่ามาทั้งหมดนี้ก็ถือว่าเป็นข่าวลือขำๆกันไป ซึ่งเจ้าตัวเองก็เคยออกมาบอกแล้วว่าไม่จริง

 

3.เขาเคยพนันเรื่องวิทยาศาสตร์แล้วแพ้ถึง 3 เรื่อง ก็เหมือนกับนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ ที่ไม่ได้คาดเดาสันนิษฐานอะไรได้ถูกเผงไปหมดทุกเรื่องนั่นแหละ

ในปี ค.ศ.1975 เขาเคยพนันกับนักฟิสิกส์รางวัลโนเบลชื่อ “Kip Thorne” โดยมีการเดิมพันอยู่ว่าคนที่ชนะจะได้รางวัลเป็นนิตยสารวาบหวิว “Penthouse“ โดยต้องสมัครซื้อนิตยสารแบบรายปีให้ด้วย โดยตอนนั้นเขาพนันว่า Cygnus X-1 มันไม่ใช่หลุมดำ แน่ๆแต่เขาก็แพ้ ทำให้ Kip ได้อ่าน “Penthouse“ ฟรีไปหนึ่งปี

นอกนั้นยังเคยพนันด้วยเงิน 100 ดอลล่าร์ว่าจะไม่มีใครค้นพบ “อนุภาคฮิกก์ส (Higgs boson)” หรือที่เรียกกันว่า “อนุภาคพระเจ้า” ซึ่งก็ทำให้เขาต้องเสียเงิน 100 เหรียญไป

และสุดท้ายเขาเคยพนันกับบางคนโดยมี “สารานุกรม” เป็นเดิมพันว่า “สิ่งที่ตกลงไปในหลุมดำจะต้องสูญหายไปจากเอกภพ” ซึ่งต่อมาเขาก็ยอมรับว่าเขาคิดผิด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *